|
คนคล้ายดั่งปลาอ้วน ปลาผอม |
|
|
|
บทความ -
ว่าด้วยเรื่อง "ฅน" (ฉบับภูมิปัญญาตะวันออก)
|
|
เขียนโดย ไพศาล พืชมงคล
|
|
วันพฤหัสบดีที่ ๐๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เวลา ๑๖:๓๐ น. |
|
(1) การเลือกใช้คนอย่างไหนก็ย่อมเป็นผู้บริหารอย่างนั้น เมื่อคิดการใหญ่ก็ต้องเลือกช่วงใช้ยอดคน แม้เป็นหลักการสำคัญก็จริงแต่ทว่าทำอย่างไรจึงจะได้ยอดคนมาช่วงใช้ ทำอย่างไรจึงจะหลีกเลี่ยงไม่หลงรับเอาเศษคนเข้ามาร่วมการงาน ก็ยังเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะหากพลาดพลั้งหลงคนเศษคนว่าเป็นยอดคน หรือมองข้ามยอดคนว่าเป็นเศษคน หลักการใช้คนอันเป็นเบื้องต้นนั้นก็ย่อมไร้ความหมาย และจะเกิดความเสียหายใหญ่หลวงขึ้นเป็นแม่นมั่น
(2) คนเศษคนมีลักษณะทั่วไปประการหนึ่งคือเป็นนักแสวงหา ดังที่เขาเรียกกันว่า salary hunter หรือ job hunter และยอมทำการทุกอย่างเพื่อให้ได้เข้าสู่ศูนย์กลางแห่งอำนาจหรือตำแหน่งหน้าที่ที่มีอำนาจและผลประโยชน์ การยอมทำทุกอย่างโดยไม่คิดถึงคุณค่าของคนและมโนธรรมของคนจึงมักทำให้คนพวกนี้ประสบช่องโอกาสที่จะก้าวเข้าสู่อำนาจได้โดยง่าย เพราะเป็นวิสัยคนและเป็นธรรมดาของใจคนที่ชอบคนเอาอกเอาใจพะเน้าพะนอและยอมตามใจทุกสิ่งอย่าง จึงเป็นจุดอ่อนของคนที่เปิดโอกาสให้กับเศษคนแทรกตนเข้ามาแสวงหาประโยชน์ได้
ตรงกันข้ามกับพวกยอดคนซึ่งมักจะมีปมเขื่องที่สำคัญอันเป็นอุปสรรคสำหรับตนเพราะมักทะนงตนว่ามีสติปัญญาความสามารถจึงไม่เข้าหาคน ไม่ง้อคน ไม่ก้มหัวให้คน ไม่แสวงหาและปลีกตัวอยู่ในที่สงัดวิเวก จึงทำให้สูญเสียและพลาดโอกาสในการก้าวเข้าสู่ศูนย์กลางแห่งอำนาจ พลาดโอกาสในการใช้ภูมิปัญญาวิชาคุณของตนให้ก่อเกิดอาณาประโยชน์แก่ส่วนรวม
คนสองจำพวกมีจุดเด่น จุดด้อย อยู่ตรงนี้ ดังนั้นเมื่อรักจะเป็นนักบริหารที่ประสพความสำเร็จก็ต้องเข้าใจลักษณะทั่วไปหรือปมเงื่อนของคนสองจำพวกนี้ให้ดี และเพราะเหตุนี้นักบริหารที่ประสพความสำเร็จจึงต้องยอมทำการบางอย่างเพื่อเชื้อเชิญและเชิญชวนยอดคนมาร่วมการงานของตน
(3) มีนิทานโบราณเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องยอดคนและเศษคน ซึ่งเปรียบเทียบได้ดุจดั่งปลาอ้วน ปลาผอม ในนิทานเรื่องนี้มีชายหนุ่มสองคนเป็นเพื่อนคบหากันอย่างสนิทสนม คนหนึ่งเรืองด้วยปัญญาอานุภาพใหญ่หลวงนัก แต่ไม่รักราชการ ชอบปลีกวิเวกอยู่กับธรรมชาติตามป่าเขา ในขณะที่อีกคนหนึ่งมุ่งมั่นจะทำราชการสนองคุณบ้านเมือง และสอบได้เป็นจอหงวน
ก่อนจะเดินทางไปรับตำแหน่งจอหงวนได้คำนึงถึงเพื่อนซึ่งมีสติปัญญาความสามารถมากว่าน่าจะได้ไปขอคำแนะนำคติธรรมในการดำรงชีวิตและในการทำการงานสืบไป จึงเดินทางไปหาเพื่อนที่บ้านแต่ไม่พบ ได้เดินค้นหาเข้าไปถึงสวนหลังบ้านจึงพบเพื่อนผู้เป็นบัณฑิตนั่งตกปลาอยู่ที่ริมบ่อ น่าประหลาดตรงที่เบ็ดตกปลานั้นไม่มีสายเบ็ดและไม่มีตัวเบ็ด
เมื่อเห็นเพื่อนบัณฑิตนั่งตกปลาอยู่เช่นนั้น เพื่อนจอหงวนจึงเข้าไปคำนับแล้วบอกว่าบัดนี้ใกล้เวลาเดินทางไปรับตำแหน่งจอหงวนแล้ว จึงมาขอคำแนะนำวิธีการดำรงชีวิตและการปฏิบัติหน้าที่ราชการจากเพื่อนสักหน่อยหนึ่ง
เพื่อนบัณฑิตไม่ตอบคำและไม่ทักทายแต่ประการใด กลับรำพึงพอได้ยินเสียงดังแต่เบา ๆ ว่า " ปลาอ้วน ปลาผอม " เพื่อนจอหงวนกล่าวความย้ำซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อนบัณฑิตก็ยังคงรำพึงอยู่แต่คำว่า " ปลาอ้วน ปลาผอม " จนเวลาผ่านไปช้านานเพื่อนจอหงวนเห็นว่าเพื่อนบัณฑิตไม่ใส่ใจก็น้อยใจ แต่ก็ยังคงคำนับลาเพื่อนกลับไป แล้วเดินทางไปรับตำแหน่ง
พอเดินทางไปถึงหัวเมืองเล็กก็เห็นปลัดเมืองนำพาขุนนางและพ่อค้าวานิชจำนวนมากมาตั้งแถวรอรับ มีการตีฆ้องกลอง เชิดสิงโตเพื่อเป็นเกียรติและได้มอบของกำนัลให้เป็นอันมาก พร้อม ๆ กับการแนะนำตัวและฝากเนื้อฝากตัว เป็นที่ตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก
เพื่อนจอหงวนเดินทางผ่านเมืองเล็กไปถึงเมืองโทก็ประสบเหตุการณ์อย่างเดียวกัน แม้เดินทางไปถึงเมืองเอกก็ประสบเหตุอย่างเดียวกันอีก เป็นแต่ขนาดและความยิ่งใหญ่มากกว่ากันมาก ครั้นไปถึงเมืองหลวงก็พบเหตุการณ์อย่างเดียวกันอีก แต่ขนาดและความยิ่งใหญ่ของการต้อนรับตลอดจนปริมาณและมูลค่าของกำนัลมากมายมหาศาลกว่าที่เคยพบเคยเห็นมาแต่ก่อน แต่ขณะเดียวกันแต่ละผู้แต่ละคนต่างก็แนะนำตัว พะเน้าพะนอเอาใจและฝากเนื้อฝากตัวกันเป็นมั่นคง
ในพลันนั้นเพื่อนจอหงวนก็หวนรำลึกถึงคำรำพึงของเพื่อนบัณฑิตที่ว่า " ปลาอ้วน ปลาผอม " ในพลันนั้นเองก็เกิดประกายความคิดแวบวาบแปลบปลาบเข้าใจได้ในบัดดลว่าอ๋อ ! มันเป็นเช่นนี้เอง ปลาผอมย่อมแสวงหาเหยื่อ ในขณะที่ปลาอ้วนไม่แสวงหาเหยื่อแต่กลับซ่อนตัวอยู่ในน้ำลึก
แล้วหวนรำลึกได้ถึงคำสอนในคัมภีร์เต๋าเต๊กเกงบทหนึ่งที่ว่า " ปลาใหญ่ย่อมอยู่ในน้ำลึก กระบี่คมย่อมอยู่ในฝัก ผู้มีสติปัญญาย่อมอยู่ในที่ปราศจากการรบกวน " เพื่อนจอหงวนจึงได้เข้าใจความเป็นยอดคนและความเป็นเศษคนได้ด้วยประการฉะนี้ และเมื่อเข้าใจฉะนี้แล้วการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงานราชการของเพื่อนจอหงวนก็แสวงหาแต่ยอดคนมาร่วมงาน จึงประสพความสำเร็จในตำแหน่งหน้าที่และได้ทำคุณงามความดีไว้แก่บ้านเมืองอย่างใหญ่หลวง
(4) พระเจ้าจิวบุ๊นอ๋องพระมหากษัตริย์อันประเสริฐในยุคโบราณของจีนได้ถ่อมพระองค์ออกไปเชิญจิวไท่กงจากบ้านป่าถึงสามครั้งสามหน เพื่อเชิญมาช่วยทำราชการทำนุบำรุงแผ่นดินในตำแหน่งหน้าที่มหาอุปราช ครั้นจิวไท่กงตกลงใจเข้ารับราชการเดินทางมารับตำแหน่งแล้วพระเจ้าจิวบุ๊นอ๋องก็ได้เสด็จไปต้อนรับจิวไท่กงถึงนอกพระนคร จิวไท่กงได้ใช้ความปรีชาสามารถของตนทำนุบำรุงแผ่นดินจนรุ่งเรืองเป็นสุข และทำให้ราชวงศ์ของพระเจ้าจิวบุ๊นอ๋องสถิตสถาพรกว่า 800 ปี ยาวนานที่สดในแผ่นดินจีน
พระเจ้าฮั่นโกโจทำสงครามพ่ายแพ้ฌ้อปาอ๋องถึงเจ็ดครั้ง แต่หลังจากทรงปฏิบัติตามคำแนะนำของกุนซือเตียวเหลียงให้เชิญฮั่นสินมาเป็นผู้บัญชาการทัพแล้ว ก็ทรงถ่อมพระองค์ตามออกไปเชิญฮั่นสิน และกระทำพิธีสถาปนาอำนาจของฮั่นสินอย่างยิ่งใหญ่ หลังจากได้ฮั่นสินมาแล้วการศึกสงครามครั้งสุดท้ายจึงสามารถปราบปรามฌ้อปาอ๋องได้ราบคาบและสถาปนาราชวงศ์ฮั่น ครองแผ่นดินจีนสืบมากว่า 400 ปี
มาถึงชั้นเล่าปี่เชื้อพระวงศ์ชั้นพระเจ้าอาของพระเจ้าเหี้ยนเต้สู้รบปรบมือกับใครก็มีแต่พ่ายแพ้ แต่หลังจากที่ถ่อมตัวฝ่าลมหนาวและหิมะออกไปเชิญขงเบ้ง ณ เขาโงลังกั๋งถึงสามครั้ง ครั้นพญามังกรเลื้อยลงจากโงลังกั๋งเพียงไม่กี่ปีก็กวาดเอาแผ่นดินจีนถึง 1 ใน 3 บรรณาการแก่พระเจ้าเล่าปี่และสถาปนาเป็นกษัตริย์สืบทอดราชวงศ์ฮั่นต่อจากพระเจ้าเหี้ยนเต้ได้สำเร็จ
ในยุคสมัยไม่ใกล้ไม่ไกลจากนี้จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ปฏิวัติและตั้งตนเป็นนายกรัฐมนตรี รู้ตัวดีว่าต่างประเทศไม่เชื่อถือในเรื่องเศรษฐกิจและความเป็นนิติรัฐ ดังนั้นจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จึงได้เชื้อเชิญยอดคนสองคนมาทำราชการด้วย คนหนึ่งคือพระยาอรรถการีย์นิพนธ์มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นเสาหลักค้ำจุนความยุติธรรมของบ้านเมือง อีกคนหนึ่งคือนายป๋วย อึ้งภากรณ์ มาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นเสาหลักค้ำจุนเศรษฐกิจของบ้านเมือง ด้วยปัญญานุภาพและความเชื่อมั่นในสองยอดคนนี้ การปกครองบ้านเมืองของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จึงประสพความสำเร็จอย่างใหญ่หลวง
จะเป็นยอดนักบริหารต้องแสวงหายอดคน ต้องมุ่งมั่นไปแสวงหาคนจำพวกปลาอ้วน หลีกเลี่ยงไม่ข้องแวะหรือลุ่มหลงคนจำพวกปลาผอม
|