|
พลาดเรื่องงานพอแก้ไขได้ พลาดเรื่องคนเสียหายสุดคณา |
|
|
|
บทความ -
ว่าด้วยเรื่อง "ฅน" (ฉบับภูมิปัญญาตะวันออก)
|
|
เขียนโดย ไพศาล พืชมงคล
|
|
วันพฤหัสบดีที่ ๐๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เวลา ๑๖:๐๖ น. |
|
(1) เนื่องเพราะคนเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้ขาดความสำเร็จหรือล้มเหลว ดังนั้นหากพลาดเรื่องคนเมื่อใดความเสียหายย่อมเกิดขึ้นสุดคณา ในทางตรงกันข้าม หากไม่ผิดพลาดเรื่องคนและประสพความสำเร็จในเรื่องคนแล้ว คุณประโยชน์อันใหญ่หลวงก็จะปรากฏให้เห็น เพราะเหตุนี้จึงต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดความผิดพลาดในเรื่องคน ทั้งจะต้องถือว่าคนมีความสำคัญยิ่งกว่างาน เพราะงานเป็นปรากฏการณ์ของความสำเร็จหรือล้มเหลวของคน เป็นปรากฏการณ์ของความถูกต้องหรือผิดพลาดในเรื่องคนเท่านั้น
(2) บรรดาการงานทั้งปวงย่อมลุล่วงด้วยดีบ้าง ย่อมมีอุปสรรคบ้าง ย่อมราบรื่นสะดวกดายบ้าง ย่อมตะกุกตะกักขัดข้องบ้าง ย่อมได้รับผลเสียบ้าง ย่อมได้รับความเสียหายบ้าง ย่อมได้รับผลขาดทุนบ้าง ย่อมได้รับความเสียชื่อเสียงบ้างเป็นธรรมดา ไม่มีการงานใด ๆ ในโลกนี้ที่จะมีด้านสำเร็จสวยงามราบรื่นแต่ด้านเดียว ย่อมต้องมีด้านตรงกันข้ามเป็นของคู่กันอยู่เสมอ ผู้บริหารที่มีสติปัญญาจึงต้องขยายด้านที่สำเร็จสวยงามราบรื่นให้ขยายตัวรุดหน้าไป ในขณะเดียวกันก็ต้องหลีกเลี่ยง ลดทอน ด้านที่เสียหายให้มากที่สุด ให้เหลือน้อยที่สุด และให้ส่งผลกระทบกระเทือนน้อยที่สุด
(3) ความได้เสียของการงานทั้งปวงเกิดแต่เนื้อของงานอย่างหนึ่ง และเกิดจากคนอีกอย่างหนึ่ง จึงต้องจำแนกให้ดีว่ามูลเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไรกันแน่ และจะวางน้ำหนักในการแก้ไขปัญหาอย่างไร ผู้บริหารจำนวนมากเห็นเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับงานหรือเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับงานแล้วมักจะด่วนตำหนิติเตียนคน ซึ่งก็คือมีความโน้มเอียงเห็นว่าปัญหาเกิดที่คนเสมอไป ซึ่งความจริงไม่ใช่เช่นนั้น การด่วนตำหนิติเตียนคนจึงบางทีนอกจากจะไม่แก้ไขปัญหาแล้ว ยังจะขยายปัญหาให้บานปลายออกไป คือ กลายเป็นปัญหาเรื่องคนเพิ่มเติมขึ้นมาอีก
การพิจารณาอย่างแยบคายว่าปัญหาหรือความเสียหายเกิดจากลักษณะของงานหรือเกิดจากคนจึงเป็นความจำเป็นยิ่งยวดของผู้บริหาร หากพิจารณาเห็นถ่องแท้ว่ารากเหง้าของปัญหาอยู่ที่งานก็ย่อมระดมพลังของคนทั้งปวงเข้าแก้ไขปัญหางานนั้นให้ลุล่วงไปได้โดยง่าย แต่แม้กระนั้นไม่มากก็น้อยปัญหาอาจเกี่ยวข้องอยู่กับคน จึงต้องระมัดระวังอย่าให้ปัญหาขยายจากงานไปสู่คน หากต้องทำความเข้าใจ ทำความร่วมมือร่วมใจกับคนช่วยแก้ไขความผิดพลาดของคน ระดมพลังของคนไปแก้ไขปัญหา ดังนี้แล้วคนก็จะไม่เสีย งานก็จะได้รับการแก้ไข ที่สำคัญคือหมดปัญหาเสียเวลาในการแสวงหาคนใหม่มาทดแทนคนเก่า หมดปัญหาเสียเวลาในการฝึกปรือคนใหม่ทดแทนคนเก่า
(4) นายชิน โสภณพนิช อดีตผู้ก่อตั้งธนาคารกรุงเทพ ผู้ได้สมญานามว่าธนราชันย์แห่งประเทศไทย มีการศึกษาไม่สูงมากนัก เป็นชาวจีนโพ้นทะเล แต่ประสบความสำเร็จใหญ่หลวงอยู่ในระดับต้นของประเทศได้ก็ย่อมมีดีของเขา
จุดดีจุดเด่นที่สุดของนายชิน โสภณพนิช ก็คือความรู้ ประสบการณ์และความสำเร็จในเรื่องคน ในส่วนความสัมพันธ์ของงานกับคนนั้น นายชิน โสภณพนิช ถือหลักปฏิบัติอย่างแน่วแน่เด่นชัดตลอดระยะเวลาอันยาวนานว่า " ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับงานต้องเร่งรีบแก้ไขในทันที ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับคน เก็บเรื่องใส่ลิ้นชักไว้ 4-5 วันก่อน แล้วค่อย ๆ คิด ค่อยๆ ไตร่ตรอง "
(5) บทเรียนจากสามก๊กตอนหนึ่ง ซึ่งโจโฉได้แสดงให้เห็นถึงการถนอมคนและแสดงให้เห็นถึงการจัดวางความสัมพันธ์ของงานกับคนไว้อย่างน่าสนใจยิ่ง
ในครั้งนั้นโจโฉทำสงครามกับอ้วนเสี้ยว โดยโจโฉเป็นรองอ้วนเสี้ยวมาก กำลังพลมีน้อยกว่าอ้วนเสี้ยวถึงสิบเท่า ในท่ามกลางวันเวลาของสงครามนั้นแม่ทัพนายกองของโจโฉจำนวนมากมีหนังสือไปฝากเนื้อฝากตัวกับอ้วนเสี้ยว ครั้นสงครามปรากฏในที่สุดว่าโจโฉเป็นฝ่ายชนะ อ้วนเสี้ยวเป็นฝ่ายปราชัยและถึงแก่ความตายในการสงครามนั้น โจโฉเข้ายึดกองบัญชาการของอ้วนเสี้ยว จึงได้พบหนังสือติดต่อฝากเนื้อฝากตัวของบรรดาแม่ทัพนายกองต่าง ๆ บรรดาที่ปรึกษาเสนอให้โจโฉทำการชำระสะสางภายในกองทัพ กำจัดแม่ทัพนายกองที่เอาใจออกหากไปเข้าด้วยอ้วนเสี้ยวซึ่งมีเป็นจำนวนมาก โจโฉทอดเวลาไตร่ตรองอยู่หลายวัน ในที่สุดโจโฉสั่งให้จัดประชุมกองทัพแล้วนำบรรดาหนังสือที่แม่ทัพนายกองเหล่านั้นมีไปถึงอ้วนเสี้ยวไปกองรวมไว้ที่ลานหน้ากองบัญชาการ
โจโฉประกาศต่อหน้าบรรดานายทหารทั้งปวงว่า เป็นธรรมดาของคนเราย่อมหวั่นไหวในภัยที่จะมาถึงตัว ถึงตัวโจโฉเองก็ย่อมหวั่นไหวในภัยนั้น เพราะสงครามเริ่มต้นในขณะที่โจโฉเป็นรองมาก ดังนั้นจึงไม่ติดใจเอาความคนทั้งปวงที่มีหนังสือไปถึงอ้วนเสี้ยว ทั้งไม่ให้มีการบันทึกรายชื่อนายทหารเหล่านั้น ให้ทุกคนลืมเหตุการณ์นั้นเสีย ว่าแล้วโจโฉจึงสั่งให้เผาบรรดาหนังสือติดต่อทั้งหมด แล้วเชิญชวนแม่ทัพนายกองทั้งปวงร่วมฉลองชัย ด้วยเหตุนี้โจโฉจึงสามารถครองใจบรรดาแม่ทัพนายกองเหล่านั้น ทำให้ผู้คนเหล่านั้นสวามิภักดิ์ด้วยชีวิตจิตใจและไม่กล้านอกใจ เป็นผลให้เกิดการทุ่มเทแรงกายใจให้กับราชการสงครามอย่างเต็มที่ จนโจโฉสามารถตั้งตัวครอบครองแผ่นดินตงง้วนได้ทั้งหมด คงเหลือแต่ซุนกวนและเล่าปี่ที่ยังแข็งข้ออยู่เท่านั้น
(6) คนเป็นสัตว์ประเสริฐเพราะมีสติปัญญา สามารถอบรมสั่งสอนให้ถึงซึ่งความประเสริฐสูงสุดได้ การครองใจคนจึงเป็นปัจจัยสำคัญของผู้บริหารเพราะเท่ากับครองปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จหรือล้มเหลวของการงานทั้งปวงนั่นเอง ผู้ใดไม่คิดอ่านครองใจผู้คนและไม่สามารถครองใจผู้คนได้ย่อมไม่ใช่นักบริหารอย่างแน่นอน
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ ๐๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เวลา ๑๖:๒๒ น. |